วัตถุที่น่าสนใจประจำเดือนมิถุนายน 2551
M1 Crab Nebula
   

ภาพโดย The Very Large Telescope
  

    เมื่อประมาณหนึ่งพันปีก่อน โหราจารย์แห่งราชสำนักจีนได้บันทึกการปรากฏของดาวดวงหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาววัว (Taurus) เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ.1597 มีความสว่างประมาณ 6 เท่าของดาวศุกร์ มีรัศมีสีแดงขาวแผ่ไปทั้ง 4 ทิศ สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางวันอยู่นานเกือบเดือน และมองเห็นในเวลากลางคืนอยู่นานเกือบปี ซึ่งหากเทียบกับดวงอาทิตย์ เนบิวลาปูสว่างเป็น 400 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ต่อมาแสงของดาวจางลง เมื่อมองผ่านกล้องโทรทรรศน์เห็นเป็นฝ้าจางๆ มีการส่งคลื่นวิทยุออกมาเป็นจังหวะ ปัจจุบันเห็นเป็นกลุ่มก๊าซในเนบิวลาปู รับพลังงานจากดาวนิวตรอนในแกนกลาง ที่เรียกว่า พัลซาร์

    เนบิวลาปูอยู่ที่พิกัด RA 05h 34m 30s, Dec +22° 01’ แมกนิจูดปรากฏ 8.4 ขนาดเชิงมุม 6 x 4 อาร์คนาที ระยะห่างจากโลก 6.3 ล้านปีแสง มองดูด้วยกล้องโทรทรรศน์มองเห็นเป็นฝ้าจางๆ ในกลุ่มดาววัว

    การเกิดของเนบิวลาปู เนบิวลาปูคือซากซูเปอร์โนวา (Supernova Remnants) ดังนั้นเนบิวลาปูย่อมเกิดมาจาก ซูเปอร์โนวา (Supernova) กล่าวคือเกิดจาก การระเบิดของดาวฤกษ์ที่มีมวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์ 8 เท่าขึ้นไป ในขณะที่ดาวดวงนั้นจบสิ้นอายุขัยลง การระเบิดจะรุนแรงมาก ความสว่างจะเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน จนบางครั้งสามารถมองเห็นได้จากโลกแม้เป็นเวลากลางวัน มวลสารของดาวจะถูกสาดกระจายไปสู่ห้วงอวกาศด้วยความเร็วสูง ต่อมาไม่นานแสงสว่างก็จะลดลงและจางหายไป คงเหลือแต่ฝุ่นก๊าซหลงเหลือตกค้างไว้เรียกว่า "ซากซูเปอร์โนวา"

    ขณะที่เกิดซูเปอร์โนวาซึ่งผิวและเนื้อสารของดาวถูกระเบิดกระจายไปในอวกาศนั้น แกนของดาวกลับยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ปริมาตรลดลงทำให้ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นอย่างยิ่งยวด จนกระทั่งไม่มีที่ว่างเหลืออยู่ในอะตอม โปรตรอน (ประจุบวก) และอิเล็กตรอน (ประจุลบ) ถูกบีบให้รวมกันจนเป็นนิวตรอน (ไม่มีประจุ) แกนของดาวที่ยุบตัวนี้เรียกว่า “ดาวนิวตรอน” (Neutron Star) ดาวนิวตรอนมีขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 10 – 20 กิโลเมตรเท่านั้น เนื้อสารของดาวเพียงหนึ่งช้อนชากลับมีมวลมากกว่า 5 ตัน

    เนื่องจากดาวนิวตรอนมีขนาดเล็กมาก และเกิดจากการยุบตัวอย่างฉับพลันของแกนเหล็กขนาดใหญ่ มันจึงหมุนรอบตัวเองอย่างเร็วมาก เกิดสนามแม่เหล็กและปล่อยรังสีออกมาในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อคลื่นกระทบกับโลก เราก็จะได้รับสัญญาณที่แผ่ออกมาจากดาวเป็นคาบเวลาที่แน่นอนเรียกว่า “พัลซาร์” (Pulsar ย่อมาจาก Pulsating Star หมายถึงดาวที่แผ่รังสีออกมาเป็นช่วงๆ)

เด็กหญิง ณิชา โชติปฎิเวชกุล ชั้น ป.6 รร.อนุบาลแพร่

กลับสู่หน้าหลัก