เมื่อเราเริ่มต้นหัดดูดาวท้องฟ้าจริง เรามักจะเริ่มจากกลุ่มดาวที่จะขึ้นตอนหัวค่ำในช่วงฤดูหนาว หรือประมาณ 2 - 3 ทุ่มของเดือนพฤศจิกายน เพราะกลุ่มดาวเหล่านั้นมีดาวสว่างหลายดวง ที่ดูเป็นรูปเป็นร่างง่าย เช่น กลุ่มดาวนายพราน (Orion) กลุ่มดาววัว (Taurus) กลุ่มดาวหมาใหญ่ (Canis Major) กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) และดาวสว่างสามดวง ที่เรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม รู้จักกันในนามว่า "สามเหลี่ยมฤดูหนาว"
แต่หากมองไปทางกลุ่มดาววัว ก็จะพบว่า มีดาวสว่างสีค่อนไปทางน้ำเงิน 6 - 7 ดวง อยู่กันเป็นกระจุกเล็กๆ กระจุกหนึ่ง เมื่อส่องด้วยกล้องสองตา อาจเห็นดาวเพิ่มขึ้นมาถึง 50 ดวงด้วยกัน
แท้จริงแล้ว กระจุกของดาวที่เห็นอยู่ในกลุ่มดาววัว คือกระจุกดาวเปิด (Open Cluster) M45 หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของ "กระจุกดาวลูกไก่" ตามตำนานกรีก กล่าวว่าดาวเจ็ดดวงนี้คือสตรีเจ็ดคน ที่ถูกนายพรานตามจีบ เทพซูสจึงให้ความช่วยเหลือ โดยให้สตรีทั้งเจ็ด แปลงร่างเป็นห่านและบินขึ้นไปเป็นดาวบนท้องฟ้า
กระจุกดาวเปิด คือ กลุ่มของดาวฤกษ์ที่เกิดใหม่ ซึ่งอยู่รวมกันเป็นกระจุกด้วยแรงโน้มถ่วงอย่างหลวมๆ ส่วนใหญ่เราจะพบกระจุกดาวเปิดในบริเวณ แขนของกาแล็กซีกังหัน (Spiral Galaxy) กระจุกดาวเปิดมีสมาชิกอยู่หลายร้อยดวงถึงหลายพันดวง ปกติแล้วกระจุกดาวเปิดจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ปีแสง หรือ 10 พาร์เซค นักดาราศาสตร์สนใจที่จะศึกษากระจุกดาวเปิด เพราะดาวทุกดวงในกระจุกดาวเปิดอยู่ห่างจากโลกด้วยระยะทางที่เท่ากัน, ดาวทุกดวงมีองค์ประกอบทางเคมีที่คล้ายกัน และดาวทุกดวงเกิดในช่วงเวลาเดียวกัน นักดาราศาสตร์จึงสามารถใช้กระจุกดาวเปิดเป็นห้องทดลองสำหรับเปรียบเทียบสมบัติของดาว ใช้วัดระยะห่างในเอกภพ และใช้หาอายุของกาแล็กซีทางช้างเผือกได้
เอกภพ เพื่อความเข้าใจในธรรมชาติของจักรวาล
การศึกษากระจุกดาวเปิดจากฐานข้อมูลเมสสิเยร์ในหลายช่วงคลื่น
รอบรู้ดูดาว
รวบรวมเรียบเรียงโดย WebMaster LESA Club
กลับสู่หน้าหลัก |